เปิดวาร์ปสไตล์แคมป์ปิ้งสุดชิค เที่ยวไหนก็ปัง!

webmaster

캠핑 스타일 추천 - **Traditional Tent Camping:** A serene morning scene at a classic tent campsite in a tranquil forest...

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ นักเดินทางทุกคน! ช่วงนี้กระแสแคมป์ปิ้งในบ้านเราฮิตติดลมบนสุดๆ เลยใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เห็นคนพูดถึงทริปนอนเต็นท์ ชมดาว สัมผัสธรรมชาติกันเต็มไปหมด ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่หลงรักการออกไปใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติมานานแล้วค่ะ บอกเลยว่าไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้หลีกหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ปล่อยใจไปกับเสียงนกร้อง และชาร์จพลังให้ตัวเองมันดีต่อใจจริงๆ ค่ะ จากที่เคยคิดว่าการแคมป์ปิ้งเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับสายลุยเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นสายชิลล์ สายหรูหราแบบ Glamping ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หรือสาย Car Camping ที่กำลังมาแรงสุดๆ ในยุคนี้ ก็มีสไตล์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนได้อย่างลงตัวเลยค่ะแต่บางทีก็แอบสับสนและไม่แน่ใจใช่ไหมคะว่า ‘แล้วสไตล์ไหนล่ะที่จะเหมาะกับเราที่สุด?’ หรือ ‘อยากลองแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี?’ ไม่ต้องกังวลไปค่ะ!

เพราะวันนี้ฉันจะมาแบ่งปันประสบการณ์และข้อมูลดีๆ ที่รวบรวมมาให้เพื่อนๆ โดยเฉพาะ ทั้งเรื่องอุปกรณ์ที่จำเป็น สถานที่ยอดฮิต และเคล็ดลับที่จะทำให้ทริปแคมป์ปิ้งของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด รับรองว่าอ่านจบแล้วจะต้องมีแรงบันดาลใจอยากออกไปกางเต็นท์ทันทีแน่นอนค่ะ เรามาสำรวจโลกของการแคมป์ปิ้งหลากสไตล์ไปด้วยกัน เพื่อค้นหาสไตล์ที่ใช่และโดนใจคุณที่สุดเลยดีกว่าค่ะ!

แคมป์ปิ้งแบบกางเต็นท์: เสน่ห์คลาสสิกที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย

캠핑 스타일 추천 - **Traditional Tent Camping:** A serene morning scene at a classic tent campsite in a tranquil forest...

เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่าการแคมป์ปิ้งแบบกางเต็นท์เองนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของนักเดินทางสายธรรมชาติหลายๆ คน รวมถึงตัวฉันเองด้วยค่ะ มันคือความรู้สึกของการได้เป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติอย่างแท้จริง การได้ลงมือปักสมอบก ขึงเชือก และค่อยๆ ประกอบเต็นท์ให้เป็นรูปเป็นร่างด้วยสองมือของเราเอง มันให้ความรู้สึกภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกเลยนะ ยิ่งตอนที่ทำเสร็จแล้วได้เอนกายลงนอนในเต็นท์ที่กางเองท่ามกลางธรรมชาติเงียบสงบ โอ๊ย!

ฟินกว่านอนโรงแรมหรูอีกค่ะ (อันนี้เรื่องจริงไม่ได้อวยนะ!) สำหรับฉันแล้ว การกางเต็นท์คือการได้ปลดปล่อยความเครียดจากชีวิตประจำวัน ได้ใช้สมาธิจดจ่อกับการสร้างที่พักชั่วคราวของเราเอง และได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ไปในตัวด้วย บางคนอาจจะมองว่ายุ่งยาก แต่เชื่อเถอะค่ะว่ามันสนุกและมีเสน่ห์มากๆ เลยนะ การที่เราต้องเลือกทำเลที่ตั้งเต็นท์ให้ดี หลีกเลี่ยงจุดที่เป็นทางน้ำไหล หรือจุดที่มีลมแรงเกินไป ก็เป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น พอตกกลางคืนก็ได้นอนฟังเสียงลมพัดใบไม้ เสียงสัตว์เล็กๆ ยามค่ำคืน แล้วตื่นเช้ามาเห็นวิวสวยๆ ตรงหน้าเต็นท์ มันเป็นประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้จริงๆ ค่ะ

อุปกรณ์ที่ต้องมีสำหรับสายแอดเวนเจอร์

แน่นอนว่าการแคมป์ปิ้งสไตล์นี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “เต็นท์” นั่นเองค่ะ! การเลือกเต็นท์สำคัญมากนะ ต้องดูขนาดที่เหมาะกับจำนวนคนที่จะไปพักด้วย อย่างถ้าไปกันสองคน ฉันมักจะเลือกเต็นท์สำหรับ 3 คน เผื่อมีพื้นที่วางของหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าสบายๆ ค่ะ นอกจากเต็นท์แล้ว สิ่งที่ต้องมีติดตัวไปด้วยก็คือ “ถุงนอน” ที่เลือกให้เหมาะกับสภาพอากาศของสถานที่ที่เราจะไป ถ้าไปที่หนาวๆ ก็ต้องถุงนอนที่กันหนาวได้ดีหน่อย แล้วก็อย่าลืม “แผ่นรองนอน” นะคะ อันนี้ช่วยให้นอนสบายขึ้นเยอะเลย แถมยังช่วยกันความเย็นและความชื้นจากพื้นดินได้อีกด้วย ส่วน “ฟลายชีท” หรือผ้าใบคลุมเต็นท์ก็จำเป็นมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนหรือหน้าหนาวที่มีน้ำค้างแรงๆ ค่ะ มันช่วยกันแดดกันฝนได้ดีเยี่ยม แถมยังสร้างพื้นที่นั่งเล่นหน้าเต็นท์ได้อีกด้วยนะ ลองดูแบรนด์อุปกรณ์ที่น่าเชื่อถือ มีรีวิวดีๆ จะช่วยให้เรามั่นใจในคุณภาพมากขึ้นค่ะ

Glamping: นิยามใหม่ของความหรูหรากลางธรรมชาติ

สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากสัมผัสธรรมชาติ แต่ก็ยังตัดขาดจากความสะดวกสบายไม่ได้ หรืออาจจะไม่ถนัดเรื่องการกางเต็นท์เอง บอกเลยว่า Glamping (Glamorous Camping) คือคำตอบที่ใช่ที่สุดค่ะ!

ฉันเคยไป Glamping มาหลายที่แล้วนะ รู้สึกประทับใจทุกครั้ง เพราะมันคือการยกระดับประสบการณ์การนอนป่าให้เหนือกว่าการกางเต็นท์แบบเดิมๆ เยอะเลยค่ะ เราจะได้พักในเต็นท์ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม มีเตียงนุ่มๆ แอร์เย็นฉ่ำ (บางที่นะ!) มีห้องน้ำส่วนตัวพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นให้เราได้อาบน้ำสบายๆ เหมือนอยู่โรงแรมหรูเลยค่ะ คือมันตอบโจทย์มากๆ สำหรับวันที่อยากพักผ่อนจริงๆ ไม่ต้องแบกของเยอะ ไม่ต้องเหนื่อยกับการเตรียมอุปกรณ์ แต่ก็ยังได้ตื่นมาเจอบรรยากาศธรรมชาติสวยๆ เหมือนที่เราตั้งใจไว้ ยิ่งถ้าได้ไปกับคนรู้ใจนะ โรแมนติกสุดๆ ไปเลยค่ะ ได้นั่งจิบกาแฟยามเช้า ชมวิวสวยๆ ตรงระเบียงเต็นท์ หรือตอนกลางคืนได้นอนดูดาวผ่านช่องหน้าต่างเต็นท์ใสๆ บอกเลยว่าฟินจนแทบลืมหายใจเลยจริงๆ

Advertisement

ยกระดับประสบการณ์การนอนป่าให้เหนือกว่า

สิ่งที่ทำให้ Glamping แตกต่างจากการแคมป์ปิ้งทั่วไปคือความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ เต็นท์ที่พักมักจะถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติ แต่ก็ยังคงความทันสมัยและสะดวกสบายครบครัน บางที่อาจจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น อ่างจากุซซี่กลางแจ้ง โซนนั่งเล่นส่วนตัว หรือแม้แต่บริการอาหารเช้าเสิร์ฟถึงเต็นท์เลยก็มี คือเราไม่ต้องพกอะไรไปมากเลยค่ะ แค่เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวก็ได้ฟีลพักผ่อนเต็มที่แล้ว ฉันเคยไป Glamping ที่เชียงราย ที่เป็นโดมใสๆ กลางป่า นอนดูดาวได้ 360 องศาเลยนะ ตื่นเช้ามาก็ได้เห็นน้องช้างเดินอยู่ใกล้ๆ ฟีลเหมือนอยู่แอฟริกาเลยค่ะ ประทับใจมากจริงๆ หรือบางที่ก็เป็นเต็นท์กระโจมสวยๆ มีห้องน้ำในตัว บรรยากาศอบอุ่น ถ่ายรูปออกมาก็สวยทุกมุมเลยค่ะ

Car Camping: อิสระแห่งการเดินทางพร้อมอุปกรณ์ครบครัน

ช่วงหลังๆ มานี้ Car Camping หรือการแคมป์ปิ้งโดยใช้รถเป็นหลักกำลังฮิตมากๆ เลยนะคะเพื่อนๆ สำหรับฉันที่ชอบพกของเยอะหน่อยเวลาไปเที่ยว บอกเลยว่าสไตล์นี้ตอบโจทย์สุดๆ ค่ะ เพราะเราสามารถขนอุปกรณ์ไปได้แบบจัดเต็ม ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักหรือพื้นที่จัดเก็บเลย แค่มีรถยนต์คู่ใจที่บรรทุกของได้เยอะหน่อย ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ โต๊ะ เก้าอี้สนาม เตาปิ้งย่าง หรือแม้แต่กระติกน้ำแข็งใบยักษ์ ก็ขนไปได้สบายๆ เลยค่ะ ความรู้สึกของการได้ขับรถไปเรื่อยๆ จนเจอจุดที่ถูกใจ แล้วค่อยๆ กางเต็นท์ข้างรถ มันให้ความรู้สึกอิสระและเป็นส่วนตัวมากๆ เลยนะ โดยเฉพาะเวลาที่ไปกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ยิ่งสนุกใหญ่เลยค่ะ ทุกคนสามารถช่วยกันจัดเตรียมพื้นที่ ทำอาหาร หรือนั่งเล่นรอบกองไฟได้อย่างเต็มที่

ข้อดีที่ทำให้ Car Camping เป็นที่นิยม

สิ่งที่ฉันชอบที่สุดของการทำ Car Camping คือความสะดวกสบายในการเข้าถึงสถานที่ค่ะ หลายๆ ลานกางเต็นท์ในไทยมักจะมีโซนสำหรับ Car Camping โดยเฉพาะ ทำให้เราสามารถขับรถเข้าไปถึงจุดกางเต็นท์ได้เลย ไม่ต้องแบกสัมภาระเดินไกล บางที่ยังมีบริการไฟฟ้า ห้องน้ำสะอาดพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น และจุดล้างจานให้พร้อมอีกด้วยนะ อย่างที่ D’ozone Camp เขายายเที่ยง หรือ Car Camp Kulture ที่ปากช่อง ก็เป็นตัวอย่างของลาน Car Camping ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและวิวสวยมากค่ะ แถมบางลานยังอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ด้วยนะ ซึ่งตรงนี้ตอบโจทย์สำหรับคนรักน้องหมาน้องแมวที่อยากพาน้องๆ ไปเที่ยวด้วยมากๆ เลยค่ะ การได้ทำอาหารง่ายๆ ทานกันเองหน้าเต็นท์ ปิ้งบาร์บีคิว หรือชงกาแฟดริปยามเช้า มันคือความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ทริป Car Camping มีคุณค่ามากๆ เลยค่ะ

Backpacking Camping: การผจญภัยสำหรับนักสำรวจตัวจริง

สำหรับเพื่อนๆ สายลุยที่ชอบความท้าทาย อยากสัมผัสธรรมชาติแบบดิบๆ และไม่ได้กลัวความลำบาก บอกเลยว่า Backpacking Camping คือสไตล์ที่เหมาะกับคุณที่สุดค่ะ! ฉันเองก็เคยมีประสบการณ์ Backpacking เข้าป่าขึ้นเขามาบ้างนะ แม้จะเหนื่อยแต่ก็เป็นความทรงจำที่ล้ำค่ามากๆ เลยค่ะ มันคือการที่เราต้องแบกสัมภาระทุกอย่างไว้บนหลัง เดินเท้าเข้าไปในพื้นที่ธรรมชาติที่รถเข้าไม่ถึง บางครั้งต้องเดินป่าหลายกิโลเมตร หรือปีนเขาหลายลูกกว่าจะถึงจุดตั้งแคมป์ การเดินทางสไตล์นี้สอนให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน เลือกพกพาแต่สิ่งที่สำคัญจริงๆ และรู้จักการพึ่งพาตัวเอง พอไปถึงจุดหมายแล้วได้กางเต็นท์ท่ามกลางความเงียบสงบของป่าเขาที่ไร้ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวก มันคือความรู้สึกของการพิชิตตัวเองและการได้อยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริงค่ะ ได้ยินเสียงน้ำตกไหล เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ และตื่นมาเห็นทะเลหมอกปกคลุมอยู่รอบๆ ตัว มันสวยงามและประทับใจจนแทบไม่น่าเชื่อเลยนะ

Advertisement

เคล็ดลับการจัดเป้และเลือกอุปกรณ์น้ำหนักเบา

หัวใจสำคัญของ Backpacking Camping คือ “น้ำหนักของสัมภาระ” ค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราแบกไป จะต้องเบาและกะทัดรัดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้นการเลือกอุปกรณ์จึงต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เต็นท์ควรเป็นแบบน้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัด และกางง่าย ถุงนอนก็ต้องเลือกให้เหมาะกับอุณหภูมิแต่ก็ต้องมีน้ำหนักเบาด้วย ส่วนอุปกรณ์ทำอาหารก็ควรเป็นแบบชุดหม้อสนามที่น้ำหนักเบาและมีหลายชิ้นในชุดเดียว ฉันมักจะพกแค่เสบียงที่กินง่ายๆ ไม่ต้องปรุงเยอะ หรืออาหารแห้งที่ให้พลังงานสูงๆ ค่ะ ไฟฉายคาดหัว มีดพับ เชือก และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เลยนะ การจัดเป้ให้มีระเบียบ จัดวางของที่มีน้ำหนักมากไว้ด้านในและใกล้กับหลัง จะช่วยให้เราแบกได้สบายขึ้นเยอะเลยค่ะ

เช็คลิสต์อุปกรณ์สำคัญ: เตรียมให้พร้อม ไม่ว่าจะสไตล์ไหน

ไม่ว่าเพื่อนๆ จะเลือกแคมป์ปิ้งสไตล์ไหน การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลยนะคะ จากประสบการณ์ของฉัน ถ้าเตรียมตัวดี ทริปก็จะราบรื่นและสนุกสนานแน่นอนค่ะ การมีอุปกรณ์ที่ครบครันไม่เพียงแต่ช่วยให้เราสะดวกสบายขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย และทำให้เราอุ่นใจมากขึ้นด้วยค่ะ บางทีอาจจะมีสถานการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ เช่น สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลัน หรืออุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ การมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมก็จะช่วยให้เรารับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ

สิ่งจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม

อย่างแรกเลยคือ “เต็นท์” ที่กันน้ำได้ดีและมีการระบายอากาศที่ดี ลองเลือกเต็นท์ที่มีขนาดใหญ่กว่าจำนวนคนนิดหน่อยเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย “ถุงนอน” ควรเลือกตามอุณหภูมิที่จะไป “แผ่นรองนอน” ช่วยให้นอนสบายและกันความชื้น “ฟลายชีท” หรือ “ทาร์ป” เป็นผ้าใบอเนกประสงค์ที่ช่วยกันแดดกันฝนได้ดีมาก “เก้าอี้สนาม” และ “โต๊ะพับ” เพิ่มความสะดวกสบายในการนั่งพักผ่อนและทำกิจกรรมต่างๆ สำหรับการทำอาหาร “เตาแก๊สปิกนิก” พร้อมหม้อสนามและอุปกรณ์ทำครัวขนาดเล็กก็จำเป็นค่ะ “ไฟฉาย” หรือ “ตะเกียงแคมป์ปิ้ง” ก็สำคัญมากสำหรับการให้แสงสว่างในยามค่ำคืน และอย่าลืม “ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ยาสามัญประจำบ้าน และยาประจำตัวนะคะ “ถุงขยะ” ก็ต้องเตรียมไปให้พร้อม เพื่อช่วยกันรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อมค่ะ

เลือกให้เหมาะกับสภาพอากาศและสถานที่

캠핑 스타일 추천 - **Glamping Experience:** A luxurious and elegantly decorated bell tent or safari tent (as described ...
การเลือกอุปกรณ์ต้องปรับให้เข้ากับสภาพอากาศและสถานที่ที่เราจะไปค่ะ ถ้าไปช่วงหน้าหนาวทางภาคเหนือ อย่างที่ปางอุ๋ง หรือดอยอ่างขาง ก็ต้องเน้นอุปกรณ์กันหนาวเป็นพิเศษ เช่น ถุงนอนที่กันหนาวได้ถึงอุณหภูมิติดลบ เสื้อผ้ากันหนาวหนาๆ หมวก ถุงมือ หรือแม้แต่ฮีทเทค แต่ถ้าไปช่วงหน้าร้อนริมทะเลอย่างหาดน้ำใส สัตหีบ ก็อาจจะไม่ต้องเตรียมถุงนอนหนาขนาดนั้น เน้นเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ครีมกันแดด และอุปกรณ์เล่นน้ำแทนค่ะ นอกจากนี้ การตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวกของลานกางเต็นท์ก่อนไปก็สำคัญนะคะ บางที่มีไฟฟ้าให้ใช้ บางที่ไม่มี เราจะได้เตรียมพาวเวอร์แบงค์หรือแบตเตอรี่สำรองไปให้พอค่ะ

ปักหมุดแหล่งกางเต็นท์ยอดนิยม: คัดสรรมาให้แล้วทั่วไทย

ประเทศไทยของเรามีแหล่งแคมป์ปิ้งสวยๆ เยอะแยะไปหมดเลยนะคะ บอกเลยว่าเลือกไม่ถูกจริงๆ ค่ะ! จากประสบการณ์ที่ฉันตะลอนไปกางเต็นท์มาทั่วไทย มีหลายที่ที่ประทับใจจนอยากบอกต่อเพื่อนๆ ให้ไปลองสัมผัสด้วยตัวเองดูบ้างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาสูงเสียดฟ้า ทะเลหมอกสุดอลังการ ริมลำธารเย็นฉ่ำ หรือชายหาดเงียบสงบ เรามีครบทุกแบบเลยจริงๆ นะ

Advertisement

ภาคเหนือ: สัมผัสอากาศหนาวและทะเลหมอก

ถ้าพูดถึงภาคเหนือ จุดแรกที่ฉันจะนึกถึงเสมอคือ “ปางอุ๋ง” แม่ฮ่องสอนค่ะ บรรยากาศโรแมนติกมาก เหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยายเลย ยิ่งตอนเช้าที่มีหมอกลอยเหนือผิวน้ำ สวยจนน้ำตาจะไหลค่ะ ส่วน “ดอยอ่างขาง” เชียงใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่ไม่ควรพลาด อากาศเย็นสบายตลอดปี มีแปลงดอกไม้เมืองหนาวสวยๆ ให้ถ่ายรูปเพียบ “บ้านป่าบงเปียง” ก็เป็นอีกที่ที่สวยไม่แพ้กันค่ะ ได้เห็นนาขั้นบันไดเขียวขจีสบายตาจริงๆ นอกจากนี้ “Doi Din Dang River Camp” เชียงดาว ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสายป่าที่อยากสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง

ภาคกลางและตะวันออก: ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางสะดวก

สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่อยากเดินทางไกล “เขาใหญ่” นครราชสีมา ถือเป็นสวรรค์ของนักแคมป์ปิ้งเลยค่ะ มีลานกางเต็นท์ให้เลือกเยอะมาก ทั้งของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เอง หรือลานเอกชนสวยๆ อย่าง Glamping Hill Khaoyai มีกิจกรรมให้ทำเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นเดินป่า ชมน้ำตก หรือดูดาว ฉันเคยไป Camp Mountain Watthana ที่เขาใหญ่ ประทับใจวิวสวยๆ และบรรยากาศดีมากๆ เลยค่ะ ส่วนที่ “สวนริมน้ำยายอี๊ด” สระบุรี ก็เป็นอีกที่ที่น่าสนใจ กางเต็นท์ริมน้ำใสๆ บรรยากาศชิลล์ๆ แถมมีกิจกรรมเล่นน้ำสนุกๆ ด้วยนะ และ “H2o Camping View” กาญจนบุรี ก็เป็นอีกที่ที่เหมาะกับครอบครัว มีวิวทะเลหมอกยามเช้าสวยงามมาก

เคล็ดลับดีๆ สำหรับนักแคมป์ปิ้งมือใหม่ (และมือเก๋า)

การแคมป์ปิ้งไม่ใช่แค่การไปนอนกางเต็นท์เฉยๆ นะคะเพื่อนๆ แต่มันคือประสบการณ์ที่เราจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ และได้พักผ่อนทั้งกายและใจจริงๆ ค่ะ แต่เพื่อให้ทริปแคมป์ปิ้งของเราสมบูรณ์แบบที่สุด มีความสุขและปลอดภัย ฉันมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากจะมาแบ่งปันค่ะ ทั้งสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น หรือมือเก๋าที่แคมป์ปิ้งมาเยอะแล้วก็อ่านได้เลยนะคะ

วางแผนล่วงหน้าเพื่อทริปที่สมบูรณ์แบบ

ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ฉันจะให้ความสำคัญกับการวางแผนมากๆ เลยค่ะ เริ่มจากการหาข้อมูลสถานที่ที่เราจะไป สภาพอากาศในช่วงนั้นเป็นยังไง มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง กฎระเบียบของสถานที่นั้นๆ มีอะไรที่เราต้องรู้เป็นพิเศษไหม อย่างบางอุทยานฯ อาจจะต้องจองพื้นที่กางเต็นท์ล่วงหน้า หรือบางที่ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้า การศึกษาเส้นทางการเดินทาง การเลือกพาหนะที่เหมาะสม และการเตรียมอาหารและน้ำดื่มให้เพียงพอ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ นอกจากนี้ การชวนเพื่อนหรือครอบครัวไปด้วยจะยิ่งช่วยเพิ่มความสนุกสนานและช่วยดูแลกันและกันได้ด้วยนะคะ

มารยาทในการใช้พื้นที่ส่วนรวมและธรรมชาติ

สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ฉันอยากจะเน้นย้ำมากๆ เลยคือ “มารยาทในการแคมป์ปิ้ง” ค่ะ การไปใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เราควรเคารพพื้นที่ส่วนรวมและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดนะคะ อย่างแรกเลยคือ “งดใช้เสียงดัง” โดยเฉพาะหลังสี่ทุ่มไปแล้ว ในป่าตอนกลางคืนจะเงียบมากๆ เสียงคุยกันธรรมดาๆ ก็อาจจะดังรบกวนเต็นท์ข้างๆ ได้แล้วค่ะ “รักษาความสะอาด” ให้เหมือนบ้านของเราเอง เก็บขยะทุกชิ้นกลับออกมา ห้ามทิ้งขยะหรือเศษอาหารไว้ในป่านะคะ “ห้ามให้อาหารสัตว์ป่า” เด็ดขาด เพราะจะทำให้พฤติกรรมของสัตว์เปลี่ยนไปและอาจเป็นอันตรายได้ และสุดท้ายคือ “ระวังเรื่องไฟ” ค่ะ ดับไฟให้สนิททุกครั้งก่อนเข้านอนหรือออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ แค่เราช่วยกันดูแล สิ่งแวดล้อมก็จะคงความสวยงามให้เราได้ไปเยือนอีกนานแสนนานเลยค่ะ

สไตล์แคมป์ปิ้ง ลักษณะเด่น ระดับความสะดวกสบาย อุปกรณ์หลักที่ควรมี เหมาะสำหรับ
กางเต็นท์แบบดั้งเดิม สัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง ลงมือกางเต็นท์เอง ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์) เต็นท์, ถุงนอน, แผ่นรองนอน, ฟลายชีท, เตาปิกนิก สายผจญภัย, ผู้ที่ชื่นชอบความท้าทาย, ครอบครัว
Glamping (แกลมปิ้ง) หรูหรา สะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สูงมาก (เหมือนโรงแรม) ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์หลักมากนัก ที่พักจัดให้ ผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบสบายๆ, คู่รัก, ผู้เริ่มต้น
Car Camping (คาร์แคมป์ปิ้ง) ขนอุปกรณ์ได้เยอะ ใช้รถเป็นฐาน ตั้งแคมป์ข้างรถ สูง (เพราะขนอุปกรณ์ไปได้เต็มที่) เต็นท์ขนาดใหญ่, โต๊ะ-เก้าอี้สนาม, เตาปิ้งย่าง, กระติกน้ำแข็ง ครอบครัว, กลุ่มเพื่อน, ผู้ที่ต้องการความคล่องตัว
Backpacking Camping แบกสัมภาระน้อย เดินเท้าเข้าป่า-ขึ้นเขา ต่ำ (เน้นความจำเป็นขั้นพื้นฐาน) เต็นท์น้ำหนักเบา, ถุงนอนกะทัดรัด, เป้สะพายหลัง, อุปกรณ์ทำครัวมินิมอล สายลุย, นักสำรวจ, ผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายทางกายภาพ

글을 마치며

เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ หวังว่าเรื่องราวการแคมป์ปิ้งหลากหลายสไตล์ที่ฉันนำมาฝากในวันนี้ จะช่วยจุดประกายความฝันและแรงบันดาลใจให้อยากออกไปสัมผัสธรรมชาติกันมากขึ้นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการกางเต็นท์แบบคลาสสิก Glamping สุดหรู Car Camping แสนสบาย หรือ Backpacking สุดท้าทาย ทุกรูปแบบล้วนมีเสน่ห์และมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปค่ะ ที่สำคัญคือเราได้เรียนรู้ที่จะปรับตัว ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง และได้สร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกับคนที่รัก มันคือช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเอง ได้ชาร์จพลังให้เต็มที่ก่อนกลับไปเผชิญหน้ากับชีวิตประจำวันอีกครั้งค่ะ

สิ่งหนึ่งที่ฉันอยากฝากไว้เสมอคือ ไม่ว่าเราจะเลือกแคมป์ปิ้งสไตล์ไหน ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม ศึกษาข้อมูลให้ดี และที่สำคัญที่สุดคือการเคารพธรรมชาติและเพื่อนร่วมทางทุกคนนะคะ การแคมป์ปิ้งเป็นกิจกรรมที่ทำให้เราได้ใกล้ชิดกับโลกใบนี้มากขึ้น ได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติที่บางครั้งเราอาจจะหลงลืมไปในชีวิตประจำวัน อย่ารอช้าค่ะ! แพ็คกระเป๋าแล้วออกไปค้นหาประสบการณ์ดีๆ กันเลย ฉันรับรองว่าคุณจะหลงรักการแคมป์ปิ้งเหมือนที่ฉันรักแน่นอนค่ะ

Advertisement

알아두면 쓸모 있는 정보

1. เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง: ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ลานกางเต็นท์ อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศของปลายทางให้ละเอียดนะคะ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนในไทยที่อาจมีฝนตกหนักหรือน้ำป่าได้เสมอค่ะ การเตรียมอุปกรณ์กันฝนและเสื้อผ้าที่เหมาะสมจะช่วยให้ทริปของคุณราบรื่นมากขึ้นเยอะเลย.

2. จองล่วงหน้าสำคัญมาก: หากวางแผนจะไปแคมป์ปิ้งในอุทยานแห่งชาติ หรือลานกางเต็นท์ยอดนิยม โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวหรือฤดูหนาวทางภาคเหนือ ควรจองพื้นที่ล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์หรือติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยตรงนะคะ เพราะส่วนใหญ่เต็มเร็วมากๆ ค่ะ.

3. อาหารและน้ำดื่ม: แม้ว่าลานแคมป์ปิ้งหลายแห่งจะมีร้านค้าหรือร้านอาหาร แต่การเตรียมเสบียง อาหารแห้ง หรือน้ำดื่มไปให้เพียงพอสำหรับจำนวนวันที่จะพัก จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและทำให้เรามั่นใจว่าจะมีอาหารทานตลอดทริปค่ะ.

4. พกอุปกรณ์ชาร์จแบตสำรอง: ในหลายๆ พื้นที่ของลานกางเต็นท์อาจจะไม่มีปลั๊กไฟให้บริการ ดังนั้น Power Bank หรือแบตเตอรี่สำรองความจุสูงจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือ ไฟฉาย หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ของเราค่ะ.

5. รักษาความสะอาดและธรรมชาติ: เราทุกคนคือส่วนหนึ่งของการดูแลสิ่งแวดล้อมนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการไม่ทิ้งขยะ หรือเศษอาหารไว้ในพื้นที่ ห้ามก่อกองไฟในจุดที่ไม่ได้รับอนุญาต และที่สำคัญคือไม่รบกวนสัตว์ป่า เพียงแค่เราช่วยกันดูแล ธรรมชาติก็จะยังคงความสวยงามให้เราได้ชื่นชมไปอีกนานค่ะ

중요 사항 정리

การแคมป์ปิ้งแต่ละสไตล์มีความโดดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นสายลุยที่ชอบความดิบของ Backpacking Camping, สายสบายที่เน้นความหรูหราแบบ Glamping, สายคล่องตัวที่เลือก Car Camping หรือสายคลาสสิกที่หลงใหลการกางเต็นท์แบบดั้งเดิม หัวใจสำคัญคือการเตรียมตัวให้พร้อมทั้งอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและสถานที่ รวมถึงการวางแผนเส้นทางและเสบียงให้เพียงพอ ที่ขาดไม่ได้คือจิตสำนึกที่ดีในการรักษาสิ่งแวดล้อมและเคารพเพื่อนร่วมธรรมชาติ เพื่อให้ทุกคนได้มีความสุขกับประสบการณ์แคมป์ปิ้งที่น่าประทับใจและปลอดภัยค่ะ เพราะการผจญภัยครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้นได้ทุกเมื่อ เพียงแค่เรากล้าที่จะออกไปค้นหา!

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: การตั้งแคมป์สไตล์ไหนที่เหมาะกับมือใหม่หรือคนที่เพิ่งเริ่มต้นดีที่สุดคะ?

ตอบ: สำหรับเพื่อนๆ ที่เพิ่งจะก้าวเข้ามาในวงการแคมป์ปิ้งครั้งแรก หรือยังไม่มั่นใจว่าจะชอบสไตล์ไหนดี จากประสบการณ์ตรงของฉันเลยนะคะ สไตล์ที่อยากแนะนำเป็นพิเศษคือ Glamping (แกลมปิ้ง) หรือไม่ก็ Car Camping (คาร์แคมป์ปิ้ง) ค่ะมาเริ่มกันที่ Glamping ก่อนเลย สไตล์นี้จะเน้นความหรูหราและสะดวกสบายเหมือนไปพักรีสอร์ตเลยค่ะ เหมาะมากๆ สำหรับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติแต่ยังติดสบายอยู่ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเต็นท์สวยๆ ที่มีเตียงนุ่มๆ แอร์เย็นฉ่ำ หรือพัดลม ห้องน้ำส่วนตัวพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น บางที่อาจจะมีร้านอาหารบริการพร้อมเลยด้วยซ้ำ ทำให้เราไม่ต้องเตรียมอะไรมาก แค่หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าไปก็พอแล้วค่ะ สไตล์นี้จะช่วยให้เราได้ลองใช้ชีวิตกลางแจ้งแบบสบายๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องการกางเต็นท์ การเตรียมอาหาร หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ยุ่งยาก เป็นการเปิดประสบการณ์ที่ดีมากๆ ค่ะ ที่สำคัญคือมีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะมาก!
ส่วนอีกสไตล์ที่กำลังมาแรงและเป็นมิตรกับมือใหม่ไม่แพ้กันคือ Car Camping หรือการตั้งแคมป์โดยใช้รถเป็นส่วนหนึ่งของที่พักนั่นเองค่ะ บางคนอาจจะนอนในรถเลย หรือบางคนก็กางเต็นท์ข้างรถแล้วใช้รถเป็นที่เก็บของหรือเป็นที่กันแดดกันฝน ข้อดีคือเราสามารถขนสัมภาระไปได้เยอะเท่าที่ต้องการ ไม่ต้องแบกให้เมื่อย และรถยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายได้มากเลยค่ะ ยิ่งถ้ามีเต็นท์แบบ Pop-up (ป๊อปอัพ) ที่กางง่ายเก็บง่าย แค่แกะออกจากถุงก็กางออกเองได้เลย ยิ่งตอบโจทย์สำหรับมือใหม่สุดๆฉันแนะนำให้ลองเริ่มจากสองสไตล์นี้ก่อน แล้วค่อยๆ ขยับไปสไตล์ที่แอดวานซ์ขึ้นเมื่อเราเริ่มคุ้นเคยและรู้ใจตัวเองมากขึ้นว่าชอบการแคมป์ปิ้งแบบไหนค่ะ รับรองว่าสนุกแน่นอน!

ถาม: อุปกรณ์ตั้งแคมป์ชิ้นไหนที่จำเป็นจริงๆ สำหรับทริปแรกของเราคะ?

ตอบ: โอ๊ยยย! คำถามนี้โดนใจฉันมากๆ เลยค่ะ เพราะตอนฉันเริ่มแคมป์ปิ้งใหม่ๆ ก็เคยรู้สึกสับสนกับกองอุปกรณ์มากมายเหมือนกัน จะซื้ออะไรดี จะเตรียมอะไรไปบ้าง เยอะไปหมด!
แต่จากประสบการณ์ที่ไปมาหลายทริป ฉันอยากจะบอกว่าสำหรับทริปแรกนั้น เราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างครบเป๊ะเหมือนนักแคมป์มืออาชีพหรอกค่ะ เน้นแค่ของที่ “จำเป็นจริงๆ” ก่อนก็พอ แล้วค่อยๆ ซื้อเพิ่มทีหลังได้ ที่สำคัญคือถ้ามีเพื่อนที่เคยไปแคมป์ปิ้ง ลองยืมของบางชิ้นมาใช้ก่อนก็เป็นไอเดียที่ดีนะคะ จะได้ไม่ต้องลงทุนเยอะในครั้งแรกนี่คือลิสต์อุปกรณ์จำเป็นที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับทริปแคมป์ปิ้งครั้งแรกของเพื่อนๆ ค่ะ:1.
เต็นท์และผ้าใบปูรองเต็นท์ (Ground Sheet) อันดับแรกที่สำคัญที่สุดก็คือ “บ้าน” ของเรานี่แหละค่ะ สำหรับมือใหม่แนะนำเต็นท์ที่กางง่ายๆ เช่น เต็นท์แบบ Pop-up หรือเต็นท์โดมขนาดเล็กที่ระบายอากาศได้ดีและกันน้ำได้นะคะ ควรเลือกขนาดให้พอดีกับจำนวนคนที่จะนอน ไม่แน่นเกินไป เผื่อพื้นที่วางของนิดหน่อยก็ดีค่ะ ส่วนผ้าใบปูรองเต็นท์ก็สำคัญมาก ใช้ปูรองด้านล่างเต็นท์เพื่อกันความชื้น กันดินโคลน และช่วยให้เต็นท์ไม่สกปรกง่ายค่ะ
2.
เครื่องนอน เพื่อการนอนหลับสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติ สิ่งที่ต้องมีคือ ถุงนอน หรือผ้าห่ม หมอน และที่สำคัญมากๆ คือ แผ่นรองนอน หรือ ที่นอนเป่าลม ค่ะ เพราะจะช่วยให้เรานอนสบายขึ้นมาก ไม่ต้องนอนบนพื้นแข็งๆ และยังช่วยป้องกันความเย็นจากพื้นดินได้ด้วย
3.
ฟลายชีท (Flysheet) และ/หรือ ทาร์ป (Tarp) อันนี้สำคัญมากโดยเฉพาะถ้าไปช่วงหน้าฝน หรือหน้าหนาวที่มีน้ำค้างลงหนักๆ ฟลายชีทจะใช้คลุมเต็นท์อีกชั้นเพื่อป้องกันน้ำฝนและน้ำค้าง ส่วนทาร์ปเป็นผ้าใบกันน้ำผืนใหญ่ ใช้กางเป็นพื้นที่นั่งเล่น ทำอาหาร หรือบังแดดบังฝนได้ค่ะ
4.
อุปกรณ์ให้แสงสว่าง กลางคืนในป่ามืดมากนะคะเพื่อนๆ! โคมไฟ ตะเกียง หรือไฟฉายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ เลือกแบบที่พกพาง่าย แบตเตอรี่ทนทาน หรือใช้ถ่านสำรองได้ก็ดีค่ะ เดี๋ยวนี้มีโคมไฟแคมป์ปิ้งสวยๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ได้เยอะเลย
5.
อุปกรณ์ทำครัว ถ้าตั้งใจจะทำอาหารเอง (ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สนุกมากในการแคมป์ปิ้ง!) ก็ควรมีเตาแก๊สปิคนิค กระทะ หม้อสนามขนาดเล็ก จาน ชาม ช้อน ส้อม แก้วน้ำ และอุปกรณ์ล้างจานเล็กน้อยค่ะ เน้นแบบที่น้ำหนักเบาและพกพาง่ายนะคะ
6.
เก้าอี้สนามและโต๊ะพับ ถึงแม้จะดูไม่จำเป็นมาก แต่เชื่อเถอะค่ะว่ามีแล้วชีวิตดีขึ้นเยอะมากๆ ได้นั่งกินข้าว นั่งจิบกาแฟ หรือนั่งมองดาวสบายๆ ไม่ต้องนั่งพื้นเลย
7.
พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) หรืออุปกรณ์สำรองไฟ ยุคนี้ขาดไม่ได้เลยค่ะ สำหรับชาร์จมือถือ ไฟฉาย หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆลองเริ่มต้นจากลิสต์นี้ก่อนนะคะเพื่อนๆ แล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มของตามสไตล์และความต้องการของตัวเองเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นค่ะ

ถาม: แนะนำสถานที่ตั้งแคมป์สวยๆ ที่เดินทางง่าย ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สำหรับสายชิลล์หน่อยได้ไหมคะ?

ตอบ: แน่นอนเลยค่ะเพื่อนๆ! เข้าใจเลยว่าบางทีเราก็อยากหลีกหนีความวุ่นวายจากกรุงเทพฯ ไปพักผ่อนให้ธรรมชาติบำบัดแบบไม่ต้องเดินทางไกลให้เหนื่อยใช่ไหมคะ ฉันมีสถานที่โปรดสำหรับสายชิลล์ที่เดินทางง่ายๆ ใกล้กรุงเทพฯ มาแนะนำเลยค่ะ บอกเลยว่าไปกี่ครั้งก็ประทับใจเสมอ!
1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (นครราชสีมา): ที่นี่คือตำนานของชาวแคมป์เลยก็ว่าได้ค่ะ แม้จะอยู่โคราชแต่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไม่ไกลเลย ขับรถสบายๆ แค่ 2-3 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ที่เขาใหญ่มีลานกางเต็นท์หลายจุดให้เลือก ทั้งบริเวณลำตะคอง หรือลานอื่นๆ ภายในอุทยานฯ บรรยากาศดีมากๆ มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะหน้าหนาวนี่ฟินสุดๆ ไปเลยค่ะ บางทีอาจจะเจอกวางเดินเล่นใกล้ๆ เต็นท์ด้วยนะคะ สิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบครัน มีห้องน้ำสะอาด และร้านค้าสวัสดิการ ที่สำคัญคือมีกิจกรรมให้ทำเยอะแยะเลย ทั้งเดินป่าระยะสั้น เที่ยวน้ำตก หรือจะแค่หามุมสงบๆ นั่งจิบกาแฟชมวิวก็ดีต่อใจสุดๆ ค่ะ
2.
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า (สระบุรี): ถ้าอยากได้ฟีลแคมป์ปิ้งริมน้ำแบบชิลล์ๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ต้องที่นี่เลยค่ะ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ที่สระบุรี ขับรถไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตของสายแคมป์มือใหม่ เพราะเดินทางง่าย และมีบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่น มีลานกางเต็นท์ริมอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ วิวสวยมากๆ แถมมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำด้วย เช่น เดินป่าศึกษาธรรมชาติ หรือจะไปเที่ยวน้ำตกเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลก็ได้ค่ะ
3.
สวนผึ้ง (ราชบุรี): สำหรับใครที่อยากได้ฟีลแบบแคมป์ปิ้งท่ามกลางขุนเขาและอากาศบริสุทธิ์ สวนผึ้งเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ ที่นี่มีลานกางเต็นท์และที่พักสไตล์ Glamping สวยๆ เก๋ๆ ให้เลือกเยอะมาก แต่ละที่ก็จะมีเอกลักษณ์และบรรยากาศที่แตกต่างกันไป บางที่ติดลำธาร บางที่อยู่ท่ามกลางป่าสน อากาศดีตลอดปี และเดินทางจากกรุงเทพฯ ไม่นานเลยค่ะ ประมาณ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น นอกจากแคมป์ปิ้งแล้ว ยังมีคาเฟ่น่ารักๆ และฟาร์มแกะให้แวะเที่ยวได้ด้วยนะคะก่อนออกเดินทางทุกครั้ง อย่าลืมเช็กสภาพอากาศของสถานที่ที่เราจะไปให้ดีก่อนนะคะ จะได้เตรียมตัวและเตรียมอุปกรณ์ไปได้เหมาะสม เพื่อให้ทริปแคมป์ปิ้งของเพื่อนๆ เต็มไปด้วยความสุขและความทรงจำดีๆ ค่ะ!

📚 อ้างอิง

Advertisement