พลิกโฉมการอ่าน! 5 เคล็ดลับเปลี่ยนมือถือเป็นห้องสมุดส่วนตัวด้วยแอพอ่านอีบุ๊กฟรี 2025

webmaster

책 읽기 앱 - **Prompt:** A young adult, gender-neutral, with a friendly expression, is comfortably seated in a mo...

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักอ่านทุกคน! ช่วงนี้รู้สึกไหมว่าเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน กว่าจะหาเวลาว่างมานั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือเล่มโปรดสักเล่มก็ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกินนะครับ แต่เชื่อไหมว่าตอนนี้มีตัวช่วยสุดล้ำที่จะเปลี่ยนโลกการอ่านของคุณไปตลอดกาล นั่นก็คือ ‘แอปอ่านหนังสือ’ นี่แหละครับ!

ส่วนตัวผมเองก็สารภาพเลยว่าติดงอมแงมจนแทบจะทิ้งหนังสือกระดาษไปแล้ว เพราะมันสะดวกสบายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของเราได้ดีมากๆ เลยทีเดียวไม่ว่าคุณจะเป็นสายอ่านนิยายวายที่กำลังฮิตติดลมบน สายอีบุ๊กภาษาอังกฤษที่อยากอัปเดตเทรนด์ หรือแม้แต่คนที่ชอบฟังหนังสือเสียงขณะเดินทางไปทำงาน แอปเหล่านี้ตอบโจทย์ได้หมดจริงๆ ครับ แถมยังมีการอัปเดตใหม่ๆ และฟีเจอร์เจ๋งๆ ออกมาตลอด อย่างช่วงหลังๆ นี้เรื่องของ AI ที่เข้ามาช่วยแนะนำหนังสือได้ตรงใจเรายิ่งขึ้นไปอีก ก็ทำให้การค้นพบเรื่องราวใหม่ๆ กลายเป็นเรื่องสนุกและง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็เหมือนมีห้องสมุดส่วนตัวเคลื่อนที่ไปกับเราได้ทุกที่ ไม่ต้องแบกหนังสือหนักๆ อีกต่อไปแล้ว แถมบางแอปยังมีโปรโมชั่นสุดคุ้ม หรือระบบเช่าอ่านรายเดือนที่ช่วยให้เราประหยัดไปได้เยอะเลยนะถ้าคุณยังลังเลว่าจะเริ่มต้นตรงไหนดี หรืออยากรู้ว่าแอปไหนที่เหมาะกับสไตล์การอ่านของคุณมากที่สุด ไม่ต้องกังวลเลยครับ!

ผมจะมาไขข้อข้องใจทั้งหมดและพาไปเจาะลึกเรื่องแอปอ่านหนังสือสุดฮิตกันแบบไม่มีกั๊กเลยครับ

ห้องสมุดส่วนตัวในมือคุณ: โลกแห่งการอ่านที่ไร้ขีดจำกัด

책 읽기 앱 - **Prompt:** A young adult, gender-neutral, with a friendly expression, is comfortably seated in a mo...

อิสระแห่งการพกพาและเข้าถึงง่าย

ผมเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่รักการอ่านหนังสือกระดาษมากครับ กลิ่นกระดาษเก่าๆ หรือสัมผัสจากการพลิกหน้ากระดาษมันเป็นอะไรที่คลาสสิกสุดๆ แต่พอชีวิตต้องเร่งรีบมากขึ้น การจะพกหนังสือนิยายเล่มหนาๆ ติดตัวไปทุกที่ก็เริ่มไม่สะดวกเอาเสียเลย จนกระทั่งได้ลองใช้แอปอ่านหนังสือเป็นครั้งแรกเท่านั้นแหละครับ โห!

มันเหมือนเปิดโลกอีกใบเลยทีเดียว แค่มีสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเครื่องเดียว ก็เหมือนมีห้องสมุดขนาดย่อมๆ ติดตัวไปทุกที่ ไม่ว่าจะนั่งรอเพื่อนที่ร้านกาแฟ นั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน หรือแม้แต่ตอนเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด ก็หยิบขึ้นมาอ่านได้ทันที ไม่ต้องกลัวว่าจะลืมหนังสือไว้ที่บ้าน หรือต้องแบกให้หนักอีกต่อไปแล้วครับ แถมหนังสือหลายๆ เล่มยังราคาถูกกว่าฉบับกระดาษเยอะเลย ทำให้ผมได้อ่านหนังสือหลากหลายแนวมากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณ นี่แหละครับคืออิสระที่แท้จริงของนักอ่านยุคใหม่!

ความหลากหลายที่หาไม่ได้จากที่ไหน

สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจแอปอ่านหนังสือมากๆ คือความหลากหลายของเนื้อหาที่มีให้เลือกอ่านครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายแฟนตาซี สายวาย สายพัฒนาตัวเอง หรือจะชอบอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเพื่อฝึกภาษา แอปเหล่านี้มีหมดจริงๆ ครับ แถมยังมีการอัปเดตหนังสือใหม่ๆ แทบจะตลอดเวลา บางทีสำนักพิมพ์ออกหนังสือใหม่ปุ๊บ แอปก็มีให้อ่านทันที ไม่ต้องรอไปหาซื้อที่ร้านหนังสือเลย ที่สำคัญคือมีทั้งแบบอีบุ๊ก หนังสือเสียง หรือแม้แต่การ์ตูนดิจิทัล ซึ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างเหลือเชื่อครับ ผมเองเคยลองค้นหาหนังสือเก่าๆ ที่หายากตามร้านหนังสือ แต่สุดท้ายมาเจอในแอปอ่านหนังสือหลายเล่มเลย ทำให้ได้กลับไปอ่านวรรณกรรมที่คิดถึงอีกครั้ง บอกเลยว่าถ้าคุณเป็นนักอ่านตัวยง การมีแอปเหล่านี้ไว้ในมือถือจะช่วยขยายขอบเขตการอ่านของคุณออกไปได้ไกลเกินกว่าที่คิดครับ

เลือกแอปยังไงให้โดนใจสายอ่านอย่างเรา

Advertisement

สำรวจประเภทหนังสือที่คุณชื่นชอบ

การเลือกแอปอ่านหนังสือให้ถูกใจไม่ใช่แค่การดาวน์โหลดแอปยอดนิยมเท่านั้นนะครับ แต่เราต้องมานั่งคิดก่อนว่าจริงๆ แล้วเราชอบอ่านอะไรมากที่สุด ผมเองก็เคยดาวน์โหลดมาหลายแอปในช่วงแรกๆ แต่บางแอปก็ไม่ค่อยมีหนังสือที่เราสนใจ ทำให้เสียเวลาเปล่าๆ เพราะงั้นก่อนอื่นเลย ลองสำรวจตัวเองก่อนครับว่าคุณเป็นสายอ่านนิยายโรแมนติก นิยายวาย การ์ตูนวาย อีบุ๊กวิชาการ หรือหนังสือเสียง หากคุณเป็นสายอ่านนิยายไทย แอปอย่าง MEB, Ookbee หรือ Fictionlog ก็น่าจะตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยม แต่ถ้าคุณชอบอ่านอีบุ๊กภาษาอังกฤษ หนังสือต่างประเทศ หรือนิตยสารดังๆ แอปอย่าง Kindle, Kobo หรือ Google Play Books ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยครับ การเลือกแอปที่ตรงกับแนวหนังสือที่เราชอบ จะทำให้เราเพลิดเพลินกับการอ่านได้ยาวนานและคุ้มค่าที่สุดครับ

พิจารณารูปแบบการจ่ายเงินที่เหมาะกับคุณ

เรื่องเงินๆ ทองๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญในการเลือกแอปอ่านหนังสือนะครับ บางคนชอบซื้อขาดเป็นเล่มๆ เก็บไว้ในคลังส่วนตัว บางคนชอบแบบเหมาจ่ายรายเดือน อ่านได้ไม่อั้น หรือบางคนอาจจะชอบแบบเช่าอ่านเป็นรายตอน ผมเองก็ลองมาแล้วทั้งสามแบบเลยครับ ถ้าเป็นสายอ่านน้อยเล่ม แต่อยากเก็บสะสมหนังสือที่ชอบจริงๆ การซื้อขาดเป็นเล่มๆ น่าจะคุ้มค่าที่สุด ส่วนใครที่เป็นหนอนหนังสือตัวจริง อ่านเยอะ อ่านเร็ว การสมัครสมาชิกรายเดือนแบบบุฟเฟต์ก็เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมครับ เพราะจ่ายครั้งเดียวอ่านได้เท่าไหร่ก็ได้ แต่ก็ต้องดูว่ามีหนังสือที่เราชอบอยู่ในแพ็กเกจนั้นมากแค่ไหนด้วยนะครับ ส่วนพวกนิยายรายตอนที่กำลังเป็นที่นิยมตอนนี้ก็เหมาะกับคนที่อยากติดตามเรื่องราวใหม่ๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป แถมยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะด้วยครับ ลองพิจารณาดูว่าไลฟ์สไตล์การอ่านและการใช้เงินแบบไหนที่เหมาะกับคุณมากที่สุดครับ

ฟีเจอร์เด็ดที่คนรักการอ่านต้องรู้

ปรับแต่งการอ่านให้เข้ากับสายตา

หนึ่งในสิ่งที่ผมชอบมากๆ เกี่ยวกับแอปอ่านหนังสือคือความสามารถในการปรับแต่งการแสดงผลครับ สายตาแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบตัวอักษรใหญ่ๆ บางคนชอบพื้นหลังสีถนอมสายตา อย่างผมเองเป็นคนชอบอ่านก่อนนอนในที่มืดๆ ก็จะเลือกปรับพื้นหลังเป็นสีดำ และตัวอักษรเป็นสีขาว ซึ่งช่วยถนอมสายตาได้ดีเยี่ยมเลยครับ ไม่ต้องมานั่งเพ่งให้ปวดตาเหมือนอ่านหนังสือกระดาษในที่แสงน้อยๆ แถมยังสามารถปรับขนาดตัวอักษร ฟอนต์ ระยะห่างระหว่างบรรทัด และความสว่างหน้าจอได้ตามใจชอบ ทำให้การอ่านเป็นไปอย่างสบายตาและเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น ใครที่เคยมีปัญหาปวดตาจากการอ่านหนังสือเป็นเวลานานๆ ผมรับรองเลยว่าฟีเจอร์นี้จะช่วยชีวิตคุณได้เยอะเลยครับ มันทำให้ผมอ่านได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเลยจริงๆ

ไฮไลต์ จดโน้ต และแชร์ได้ง่ายๆ

เวลาอ่านหนังสือแล้วเจอประโยคเด็ดๆ หรือข้อคิดดีๆ เราก็อยากจะไฮไลต์หรือจดบันทึกไว้ใช่ไหมครับ ในหนังสือกระดาษก็ต้องใช้ปากกาเมจิกขีดเขียน หรือใช้กระดาษโน้ตแปะเอาไว้ แต่ในแอปอ่านหนังสือมันง่ายกว่านั้นเยอะเลยครับ แค่ใช้นิ้วแตะค้างไว้ตรงประโยคที่ต้องการ ก็จะมีตัวเลือกให้ไฮไลต์ด้วยสีต่างๆ ได้ทันที แถมยังสามารถจดโน้ตส่วนตัวลงไปในหน้าหนังสือได้เลย โดยที่ไม่ทำให้หนังสือเสียหายเหมือนฉบับกระดาษ ที่สำคัญคือเราสามารถแชร์ข้อความหรือข้อคิดดีๆ เหล่านี้ไปยังโซเชียลมีเดียได้ทันที ทำให้เราได้แบ่งปันแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนๆ ได้อย่างง่ายดาย ผมเองใช้ฟีเจอร์นี้บ่อยมากๆ เวลาอ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง เจอประโยคไหนที่โดนใจ ก็จะไฮไลต์ไว้ แล้วจดโน้ตเสริมความคิดเห็นของตัวเองลงไป พอมาเปิดอ่านย้อนหลังก็เหมือนมีสมุดบันทึกส่วนตัวที่มีแต่ข้อคิดดีๆ เต็มไปหมดเลยครับ

อ่านแบบคุ้มค่า สบายกระเป๋า: เทคนิคการประหยัด

โปรโมชั่นและส่วนลดที่ไม่ควรพลาด

ใครว่าการอ่านอีบุ๊กแพง? ผมขอบอกเลยว่าไม่จริงเลยครับ! ถ้าเรารู้จักมองหาโปรโมชั่นและส่วนลดดีๆ จากแอปต่างๆ เราสามารถประหยัดเงินค่าหนังสือไปได้เยอะมากเลยครับ แอปอ่านหนังสือส่วนใหญ่มักจะมีโปรโมชั่นลดราคาหนังสือเป็นประจำ บางทีก็ลด 50% หรือบางเล่มก็ลดมากกว่านั้นอีกก็มีครับ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆ หรือช่วงที่สำนักพิมพ์จัดโปรโมชั่นพิเศษ ก็จะเป็นโอกาสทองที่เราจะได้สอยหนังสือที่อยากอ่านมาเก็บไว้ในราคาเบาๆ เลยครับ ผมเองมักจะคอยเช็กโปรโมชั่นจากแอปต่างๆ เป็นประจำ บางทีก็ไปเจอหนังสือดีๆ ที่ไม่เคยคิดจะอ่านมาก่อน แต่พอเห็นราคาถูกเลยลองซื้อมาอ่านดู ปรากฏว่าชอบมากก็มีครับ การติดตามข่าวสารโปรโมชั่นเหล่านี้ผ่านทางโซเชียลมีเดียของแอป หรือการสมัครรับจดหมายข่าว ก็เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมที่จะไม่พลาดดีลดีๆ ครับ

Advertisement

บริการเช่าอ่านและบุฟเฟต์หนังสือ

นอกจากโปรโมชั่นลดราคาแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยประหยัดเงินได้อย่างมหาศาลคือบริการเช่าอ่านรายเดือน หรือระบบบุฟเฟต์หนังสือครับ หลายแอปเสนอบริการนี้ในราคาที่ไม่แพงเลย ประมาณร้อยกว่าบาทต่อเดือน เราก็สามารถเข้าถึงคลังหนังสือจำนวนมหาศาลได้แบบไม่อั้น ไม่ว่าจะเป็นนิยาย การ์ตูน หรือนิตยสารต่างๆ เหมาะมากๆ สำหรับคนที่อ่านหนังสือเร็วและอ่านหลายแนวครับ ผมเองก็เคยลองสมัครใช้บริการบุฟเฟต์อยู่พักหนึ่ง รู้สึกว่าคุ้มค่ามากๆ เพราะได้อ่านหนังสือที่ไม่เคยคิดจะซื้อมาอ่านเยอะแยะไปหมด เหมือนเป็นการเปิดโลกการอ่านให้กับตัวเองเลยก็ว่าได้ครับ แต่ก็ต้องดูรายละเอียดดีๆ นะครับว่าในแพ็กเกจบุฟเฟต์มีหนังสือที่เราสนใจมากพอหรือเปล่า เพราะบางทีหนังสือใหม่ๆ อาจจะยังไม่เข้าแพ็กเกจ ต้องซื้อแยกต่างหาก อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจสมัครครับ

มากกว่าแค่ตัวหนังสือ: ประสบการณ์เสียงและสังคม

책 읽기 앱 - **Prompt:** A diverse group of young adults, aged 18-25, are gathered in a brightly lit, contemporar...

โลกของหนังสือเสียงที่สร้างสรรค์

สำหรับคนที่ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ หรือชอบทำกิจกรรมหลายอย่างไปพร้อมๆ กัน หนังสือเสียงคือทางเลือกที่ยอดเยี่ยมมากๆ ครับ ผมเองก็ค้นพบว่าตัวเองชอบฟังหนังสือเสียงตอนขับรถไปทำงาน หรือตอนออกกำลังกายมากๆ เลยครับ มันทำให้ช่วงเวลาเหล่านั้นไม่น่าเบื่ออีกต่อไป แถมยังได้ความรู้และความบันเทิงไปพร้อมๆ กันด้วย เสียงผู้บรรยายที่ไพเราะ การแสดงอารมณ์ที่เข้าถึงบทบาท ทำให้เราอินไปกับเรื่องราวได้ง่ายกว่าการอ่านด้วยตาอีกนะครับ บางทีก็มีการใส่ดนตรีประกอบ หรือเอฟเฟกต์เสียงต่างๆ เข้าไปเพื่อเพิ่มอรรถรสในการฟัง ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังฟังละครวิทยุเลยก็ว่าได้ครับ แอปอย่าง Audible หรือ Readery ก็มีหนังสือเสียงให้เลือกมากมาย ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ลองเปิดใจให้กับหนังสือเสียงดูนะครับ แล้วคุณจะพบกับโลกอีกใบของการเสพเนื้อหาที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!

เชื่อมต่อกับนักอ่านคนอื่นๆ

แอปอ่านหนังสือสมัยใหม่ไม่ได้เป็นแค่ที่อ่านหนังสือเงียบๆ อีกต่อไปแล้วครับ หลายๆ แอปเริ่มมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้เราเชื่อมต่อกับนักอ่านคนอื่นๆ ได้ด้วย เช่น การแสดงความคิดเห็นใต้ตอนนิยาย การรีวิวหนังสือ หรือแม้แต่การสร้างชุมชนนักอ่านขึ้นมา ผมว่ามันเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ เลยครับ เพราะบางทีเราอ่านหนังสือดีๆ แล้วก็อยากจะหาใครสักคนมาคุยด้วย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน การมีพื้นที่ตรงนี้ทำให้เราได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ที่มีความสนใจคล้ายๆ กัน ได้อ่านรีวิวจากคนอื่นๆ ก่อนตัดสินใจซื้อหนังสือ หรือแม้แต่ได้แนะนำหนังสือที่เราชอบให้กับคนอื่นได้อ่าน มันทำให้การอ่านหนังสือไม่ใช่กิจกรรมที่โดดเดี่ยวอีกต่อไป แต่กลายเป็นกิจกรรมทางสังคมที่สนุกสนานและสร้างสรรค์ครับ

ปลดล็อกศักยภาพการอ่านของคุณด้วย AI

คำแนะนำหนังสือที่ตรงใจอย่างไม่น่าเชื่อ

สมัยก่อนเวลาจะหาหนังสือใหม่ๆ อ่าน ก็ต้องไปเดินเลือกที่ร้าน หรือไม่ก็อ่านรีวิวจากนิตยสารเอาใช่ไหมครับ แต่เดี๋ยวนี้แอปอ่านหนังสือหลายๆ แอปใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยแนะนำหนังสือได้ตรงใจเราอย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมสังเกตว่า AI จะวิเคราะห์จากประเภทหนังสือที่เราเคยอ่าน ประวัติการค้นหา หรือแม้แต่การไฮไลต์ข้อความของเรา แล้วก็จะแนะนำหนังสือที่คาดว่าเราจะชอบมาให้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็ตรงเป๊ะเลยครับ!

ทำให้ผมได้ค้นพบหนังสือดีๆ ที่อาจจะไม่ได้เจอด้วยตัวเองมากมาย อย่างเช่นตอนที่ผมอ่านนิยายแฟนตาซีเกี่ยวกับโลกเวทมนตร์บ่อยๆ AI ก็จะแนะนำนิยายแนวคล้ายๆ กันมาให้เรื่อยๆ จนบางทีก็อ่านไม่ทันเลยครับ มันช่วยให้เราประหยัดเวลาในการค้นหา และได้อ่านหนังสือที่ตรงกับรสนิยมของเรามากขึ้นจริงๆ ครับ

Advertisement

พัฒนาทักษะการอ่านด้วยฟีเจอร์อัจฉริยะ

ไม่ใช่แค่แนะนำหนังสือเท่านั้นนะครับ แต่บางแอปยังมีฟีเจอร์ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยพัฒนาทักษะการอ่านของเราอีกด้วย อย่างเช่น การแปลภาษาได้ทันทีเมื่อเจอคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย หรือการสรุปใจความสำคัญของหนังสือให้เราเข้าใจได้เร็วขึ้น ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้มีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะคนที่กำลังฝึกอ่านหนังสือภาษาต่างประเทศครับ ผมเองก็ใช้ฟีเจอร์แปลภาษาบ่อยๆ เวลาอ่านอีบุ๊กภาษาอังกฤษ มันช่วยให้ผมอ่านได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องมาคอยเปิดดิกชันนารีให้เสียอารมณ์ แถมยังได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ไปในตัวด้วยครับ นอกจากนี้ บางแอปยังมีการวิเคราะห์ความเร็วในการอ่านของเรา แล้วก็แนะนำเทคนิคการอ่านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือว่าเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ช่วยยกระดับการอ่านของเราให้ก้าวไปอีกขั้นเลยครับ

ข้อควรระวังและวิธีใช้งานอย่างชาญฉลาด

สุขภาพสายตาที่ต้องใส่ใจ

แม้ว่าแอปอ่านหนังสือจะสะดวกสบายแค่ไหน แต่เราก็ต้องไม่ลืมใส่ใจสุขภาพสายตาของเราด้วยนะครับ การจ้องหน้าจอมือถือหรือแท็บเล็ตเป็นเวลานานๆ อาจทำให้เกิดอาการปวดตา ตาแห้ง หรือสายตาล้าได้ครับ ผมเองก็เคยมีประสบการณ์นี้เหมือนกันครับ อ่านเพลินจนลืมเวลา พอเงยหน้าขึ้นมาปวดตาไปหมดเลย หลังจากนั้นเลยต้องระมัดระวังมากขึ้น พยายามพักสายตาทุกๆ 20-30 นาที ด้วยการมองออกไปไกลๆ หรือหลับตาพักสักครู่ และก็อย่าลืมปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสมกับสภาพแสงรอบข้างด้วยนะครับ การใช้โหมดถนอมสายตา หรือ Night Mode ในช่วงกลางคืนก็ช่วยได้เยอะเลยครับ อย่าให้ความเพลินในการอ่านมาทำลายสุขภาพสายตาของเรานะครับ

การจัดการพื้นที่เก็บข้อมูลและแบตเตอรี่

การดาวน์โหลดอีบุ๊กจำนวนมากอาจทำให้พื้นที่เก็บข้อมูลในอุปกรณ์ของเราเต็มได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณชอบเก็บสะสมหนังสือไว้เยอะๆ เหมือนผม บางทีก็เผลอดาวน์โหลดมาซะเยอะจนเมมเต็มไปเลยครับ วิธีแก้คือควรจัดการลบหนังสือที่เราอ่านจบแล้ว หรือไม่คิดจะอ่านซ้ำออกจากอุปกรณ์บ้าง เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับหนังสือเล่มใหม่ๆ และอีกเรื่องที่สำคัญคือเรื่องแบตเตอรี่ครับ การอ่านหนังสือบนแอปโดยเฉพาะถ้าเปิดหน้าจอค้างไว้นานๆ จะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วมากเลยครับ เพราะงั้นถ้าต้องเดินทางนานๆ หรือไม่มีที่ชาร์จ ก็ควรจะชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม หรือพกพาวเวอร์แบงก์ติดตัวไว้ด้วยนะครับ เพื่อให้การอ่านของเราไม่สะดุดลงกลางคันครับ

ชื่อแอปยอดนิยม จุดเด่น ประเภทเนื้อหา โมเดลการจ่ายเงิน
MEB แหล่งรวมอีบุ๊กภาษาไทยที่ใหญ่ที่สุด มีหนังสือหลากหลายแนว ทั้งนิยาย การ์ตูน นิตยสาร อีบุ๊ก, นิตยสาร, การ์ตูน ซื้อขาดรายเล่ม, โปรโมชั่นลดราคาบ่อย
Ookbee อีบุ๊กและนิตยสารไทยยอดนิยม มีบริการบุฟเฟต์อ่านไม่อั้น และ Fictionlog สำหรับนิยายรายตอน อีบุ๊ก, นิตยสาร, นิยายออนไลน์, หนังสือเสียง ซื้อขาดรายเล่ม, บุฟเฟต์รายเดือน, เช่าอ่านรายตอน
Kindle อีบุ๊กภาษาอังกฤษระดับโลกจาก Amazon มีเครื่องอ่าน Kindle โดยเฉพาะ อีบุ๊ก (ภาษาอังกฤษและอื่นๆ) ซื้อขาดรายเล่ม, Kindle Unlimited (บุฟเฟต์รายเดือน)
Audible ผู้นำด้านหนังสือเสียงระดับโลก มีหนังสือเสียงให้เลือกมากมาย ทั้งนิยายและสารคดี หนังสือเสียง (ภาษาอังกฤษและอื่นๆ) สมัครสมาชิกรายเดือนเพื่อรับเครดิตซื้อหนังสือเสียง
Readery แอปอีบุ๊กและหนังสือเสียงภาษาไทยที่มีคุณภาพดี ใช้งานง่าย เน้นการคัดสรรหนังสือ อีบุ๊ก, หนังสือเสียง (ภาษาไทย) ซื้อขาดรายเล่ม, มีโปรโมชั่นเป็นครั้งคราว

글을마치며

สวัสดีครับเพื่อนๆ! ผมหวังว่าข้อมูลทั้งหมดที่ผมได้แบ่งปันไปในวันนี้ จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนเปิดโลกการอ่านในยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มที่นะครับ จากประสบการณ์ตรงของผม แอปอ่านหนังสือเหล่านี้ได้เปลี่ยนวิธีการอ่านของผมไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้การเข้าถึงความรู้และความบันเทิงเป็นเรื่องที่ง่าย สะดวกสบาย และคุ้มค่ายิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักอ่านสายไหน ผมเชื่อว่าการลองใช้แอปเหล่านี้จะทำให้คุณตกหลุมรักการอ่านได้อีกครั้งอย่างแน่นอนครับ มาร่วมกันสร้างนิสัยรักการอ่านที่ดีในแบบของเรากันนะครับ!

Advertisement

알아두면 쓸모 있는 정보

1. ตรวจสอบโปรโมชั่นและส่วนลดจากแอปต่างๆ อยู่เสมอ เพื่อให้ได้หนังสือที่ต้องการในราคาที่คุ้มค่าที่สุดครับ บางทีลดเยอะจนตกใจเลยนะ การติดตามเพจหรือสมัครรับจดหมายข่าวก็ช่วยให้ไม่พลาดดีลดีๆ ได้ง่ายๆ เลยครับ ผมเองก็ใช้เทคนิคนี้บ่อยๆ ครับ

2. ใช้โหมดถนอมสายตา (Night Mode หรือ Dark Mode) ในช่วงกลางคืน หรือเมื่ออ่านในที่แสงน้อย เพื่อลดอาการตาล้าและปวดตา ผมลองแล้วรู้สึกว่าสบายตาขึ้นเยอะเลย ทำให้การอ่านก่อนนอนเป็นเรื่องเพลินๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องแสงจ้าครับ

3. จัดการพื้นที่เก็บข้อมูลในอุปกรณ์ของคุณเป็นประจำ ลบหนังสือที่อ่านจบแล้วหรือหนังสือที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง เพื่อไม่ให้เครื่องเต็มและมีพื้นที่สำหรับหนังสือเล่มใหม่ๆ ผมเองก็เคยดาวน์โหลดมาเยอะจนเมมเต็ม ต้องคอยลบออกบ้างครับ

4. ลองเปิดใจให้กับหนังสือเสียง (Audiobooks) ดูนะครับ มันช่วยให้คุณสามารถ “อ่าน” ได้ในขณะที่คุณกำลังทำกิจกรรมอื่นๆ ไปพร้อมกัน เช่น ออกกำลังกาย ทำงานบ้าน หรือขับรถ ทำให้เวลาที่เสียไปมีประโยชน์มากขึ้นเยอะเลยครับ ได้ความรู้และความบันเทิงแบบสองต่อเลย

5. สำรวจฟีเจอร์ AI ที่มีในแต่ละแอป เพื่อรับคำแนะนำหนังสือที่ตรงใจ หรือใช้เป็นตัวช่วยในการแปลภาษา ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์การอ่านของคุณให้ดีขึ้นไปอีกครับ ผมเคยได้หนังสือดีๆ จากคำแนะนำของ AI มาแล้วหลายเล่มเลยครับ ลองใช้ดูแล้วจะติดใจ!

중요 사항 정리

จากที่เราได้พูดคุยกันไปทั้งหมด จะเห็นได้ว่าแอปอ่านหนังสือได้มอบอิสระและความสะดวกสบายให้กับการอ่านของเราอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยครับ คุณสามารถเข้าถึงหนังสือหลากหลายประเภทได้ทุกที่ทุกเวลา แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็เหมือนมีห้องสมุดส่วนตัวอยู่ในมือ ผมเองรู้สึกเหมือนมีสมบัติล้ำค่าติดตัวตลอดเวลาเลยครับ ที่สำคัญคือเรายังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วยการใช้โปรโมชั่นหรือบริการบุฟเฟต์ต่างๆ อีกทั้งฟีเจอร์การปรับแต่งหน้าจอ การจดโน้ต หรือแม้แต่ AI อัจฉริยะ ก็เข้ามาช่วยเสริมให้ประสบการณ์การอ่านของเราดียิ่งขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม อย่าลืมดูแลสุขภาพสายตาและจัดการอุปกรณ์ของเราให้พร้อมอยู่เสมอ เพื่อให้การอ่านเป็นเรื่องสนุกและยั่งยืนสำหรับทุกคนนะครับ ผมเองก็อยากให้ทุกคนได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์ของการอ่านแบบดิจิทัลเหมือนที่ผมได้สัมผัสมาแล้วครับ! ลองเปิดใจดูนะครับ แล้วคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน!

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: แอปอ่านหนังสือฟรีมีเยอะขนาดไหน แล้วมีแอปไหนแนะนำบ้างที่เนื้อหาแน่นๆ ไม่ต้องเสียเงิน?

ตอบ: โอ้โห! คำถามยอดฮิตเลยครับเพื่อนๆ เพราะใครๆ ก็อยากอ่านฟรีใช่ไหมล่ะ บอกเลยว่าตอนนี้มีแอปดีๆ ที่มีหนังสือให้อ่านฟรีเยอะมากๆ เลยนะ ถ้าจะให้ผมแนะนำแบบที่เนื้อหาแน่นๆ และน่าลอง ผมนึกถึงหลายแอปเลยครับ อย่างแรกเลยคือ Meb ครับ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นอีบุ๊กแบบเสียเงิน แต่เขาก็มีโซนหนังสือฟรีเยอะมากๆ แถมยังมีหนังสือหลากหลายประเภท ทั้งนิยาย การ์ตูน นิตยสาร แถมฟีเจอร์ก็ครบครัน ปรับแสง ปรับขนาดตัวอักษรได้สบายตามากๆ ครับถัดมาก็ Niyay Dek-D กับ readAwrite ครับ สองแอปนี้เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจสายอ่านนิยายเลย เพราะเป็นแหล่งรวมนิยายจากนักเขียนทั้งมืออาชีพและมือใหม่ มีนิยายให้อ่านฟรีเยอะมากจริงๆ บางเรื่องนี่อ่านกันจนตาแฉะก็ยังไม่หมดเลยครับ ส่วนตัวผมเองก็เคยติดนิยายใน Dek-D จนเกือบไม่ได้นอนมาแล้ว!
ที่สำคัญคือหลายเรื่องเปิดให้อ่านฟรีตลอดเลยนะ แล้วยังมีระบบให้นักเขียนสร้างรายได้ด้วยการติดเหรียญด้วย ถือว่าช่วยสนับสนุนนักเขียนไปในตัวด้วยนะครับอีกแอปที่ห้ามพลาดเลยก็คือ TK Read ครับ อันนี้เหมือนยกห้องสมุดมาไว้ในมือถือเลย เพราะเขารวบรวมอีบุ๊ก หนังสือเสียง นิตยสาร และคอร์สออนไลน์จากสำนักพิมพ์ชั้นนำมาให้เรายืมอ่านฟรีได้เลยครับ ผมลองใช้แล้วก็รู้สึกทึ่งกับความหลากหลายของหนังสือมากๆ มีทั้งหนังสือในประเทศและต่างประเทศ แถมยังได้ความรู้ใหม่ๆ เพียบเลยครับ นอกจากนี้ยังมี Sook Library ที่เป็นของ สสส.
เน้นหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ การสร้างความสุข และยังมีนิทานสำหรับเด็กสอดแทรกความรู้ให้ทั้งครอบครัวเลยครับ สุดท้ายนี้ AnyBooks ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสายอินเตอร์ เพราะมีอีบุ๊กหลายภาษาและหลากหลายแนวมากๆ ทั้งฟิกชั่น ประวัติศาสตร์ ลึกลับ สยองขวัญ หรือปรัชญา เลือกอ่านได้ตามใจชอบเลยครับเพื่อนๆ

ถาม: นอกจากอ่านนิยายอย่างเดียวแล้ว แอปอ่านหนังสือพวกนี้มีอะไรให้เราทำได้อีกบ้าง เช่น ฟังหนังสือเสียงหรือเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ได้ไหม?

ตอบ: แน่นอนครับเพื่อนๆ! ยุคนี้แอปอ่านหนังสือเขาไปไกลกว่าแค่การอ่านนิยายแล้วนะ จากประสบการณ์ตรงของผมที่ชอบฟังอะไรเพลินๆ ตอนเดินทางไปทำงาน ผมบอกเลยว่าฟีเจอร์ “หนังสือเสียง” หรือ Audiobook นี่แหละคือพระเอกเลย แอปอย่าง Storytel เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เลยครับ เขามีหนังสือเสียงให้เลือกเป็นแสนๆ เล่ม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หรือแม้แต่ Meb กับ Ookbee ที่เป็นร้านอีบุ๊กยอดนิยม ก็มีส่วนของหนังสือเสียงให้เลือกเยอะเหมือนกันครับ ลองคิดดูสิครับ ระหว่างขับรถติดๆ หรือนั่งรถไฟฟ้า แค่เสียบหูฟังก็ได้ท่องโลกความรู้หรือเรื่องราวสนุกๆ ไปพร้อมกันแล้ว ผมว่ามันช่วยให้เวลาที่เสียไปกับการเดินทางมีค่าขึ้นเยอะเลยนะ!
นอกจากหนังสือเสียงแล้ว หลายแอปยังเป็นแหล่งความรู้ชั้นดีเลยครับ อย่าง TK Read ที่ผมเล่าไปก่อนหน้านี้ ก็มีทั้ง e-Magazine และคอร์สออนไลน์ให้เราได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ด้วย บางทีเราก็อยากอ่านข่าวสารอัปเดต หรือบทความที่ช่วยพัฒนาตัวเองใช่ไหมล่ะ แอปเหล่านี้ก็ตอบโจทย์ได้เลยครับ หรืออย่าง Sook Library ที่เน้นเรื่องสุขภาพ ก็ช่วยให้เราดูแลตัวเองได้ดีขึ้นอีกเยอะ ผมว่ามันเจ๋งตรงที่เราไม่ต้องไปหาข้อมูลจากหลายๆ ที่ แค่เปิดแอปเดียวก็ได้ครบหมดเลยจริงๆ ครับ รู้สึกเหมือนมีห้องสมุดส่วนตัวที่มีทุกอย่างที่เราอยากรู้ติดตัวไปทุกที่เลย!

ถาม: ฉันเป็นคนชอบอ่านหนังสือเล่มจริงมากกว่า รู้สึกว่าแอปมันทำให้ปวดตา มีวิธีไหนที่จะอ่านแอปให้สบายตาขึ้น หรือจริงๆ แล้วการอ่านจากแอปมันดีกว่าหนังสือจริงยังไงบ้าง?

ตอบ: ผมเข้าใจความรู้สึกนี้เลยครับเพื่อนๆ! เพราะผมเองก็เป็นคนนึงที่เคยคิดแบบนั้น ตอนแรกๆ ที่เริ่มมาอ่านอีบุ๊ก ก็รู้สึกปวดตาเหมือนกันเลยครับ แต่มันมีวิธีแก้และฟีเจอร์ดีๆ ที่จะช่วยให้เราอ่านแอปได้อย่างสบายตาขึ้นเยอะเลยนะ!
สิ่งแรกเลยคือการ “ปรับโหมดการอ่าน” ครับ แอปส่วนใหญ่จะมีโหมดกลางคืน (Night Mode) หรือโหมดถนอมสายตาอย่าง Sepia ที่จะเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีเข้มหรือสีออกน้ำตาลอ่อนๆ ช่วยลดแสงสีฟ้าจากหน้าจอลงได้เยอะมากๆ ทำให้สบายตาขึ้นเยอะเลยครับ ผมเองใช้โหมดนี้ประจำตอนอ่านก่อนนอน คือรู้สึกว่าตาไม่ล้าเท่าเดิมเลยครับ นอกจากนี้เรายังสามารถปรับขนาดตัวอักษรและรูปแบบฟอนต์ได้ตามใจชอบเลยนะ สำหรับใครที่สายตายาวหรือไม่อยากเพ่งเยอะๆ ฟีเจอร์นี้ช่วยได้เยอะมากๆ ครับ ผมเคยอ่านหนังสือเล่มจริงที่ตัวอักษรเล็กจิ๋วแล้วต้องหรี่ตาตลอด พอมาอ่านในแอปแล้วปรับตัวอักษรใหญ่ๆ ได้นี่มันสวรรค์ชัดๆ เลย!
ส่วนที่ว่าการอ่านจากแอปดีกว่าหนังสือจริงยังไงบ้าง ผมมองว่ามีหลายมุมเลยครับ อย่างแรกคือ “ความสะดวกสบาย” ครับ ไม่ต้องแบกหนังสือหนักๆ หลายเล่มอีกต่อไป แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็เหมือนมีห้องสมุดเคลื่อนที่อยู่กับตัว อ่านได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่บนรถไฟฟ้า ร้านกาแฟ หรือรอเพื่อนก็หยิบขึ้นมาอ่านได้เลยครับอีกข้อที่ผมชอบมากๆ คือ “การเข้าถึงเนื้อหาที่หลากหลายและหาซื้อได้ง่ายกว่า” ครับ หนังสือบางเล่มหายาก หรือบางทีอยากอ่านหนังสือภาษาต่างประเทศ แต่หาซื้อฉบับจริงในไทยยาก พอเป็นอีบุ๊กแล้วแค่คลิกไม่กี่ทีก็ได้อ่านแล้วครับ แถมยังมีฟีเจอร์ค้นหาคำศัพท์ หรือไฮไลต์ข้อความสำคัญได้ง่ายๆ ด้วยนะ ซึ่งมันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของเราได้ดีมากๆ เลยครับและที่สำคัญอีกอย่างที่ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งคือ “การช่วยลดการใช้กระดาษ” ครับ ลองคิดดูสิครับว่าถ้าทุกคนหันมาอ่านอีบุ๊กกันมากขึ้น จะช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่าได้มากขนาดไหน ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่อ่านอีบุ๊ก เพราะรู้ว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์โลกด้วยครับ!
บางทีการปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ อาจจะต้องใช้เวลา แต่ถ้าเราเปิดใจลองใช้และปรับให้เข้ากับสไตล์ของเรา ผมเชื่อว่าแอปอ่านหนังสือจะกลายเป็นเพื่อนคู่ใจที่ทำให้โลกการอ่านของคุณสนุกและสะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่าเดิมแน่นอนครับ!

📚 อ้างอิง


➤ 1. 책 읽기 앱 – Wikipedia

– Wikipedia Encyclopedia
Advertisement